แชร์ประสบการณ์ ทำบันทึกรายรับ-รายจ่ายส่วนตัว ครบ 1 ปี

เป็นเวลาครบ 1 ปีพอดี สำหรับภารกิจในการทำบันทึกรายรับ-รายจ่าย ตลอดปี พ.ศ.2563 หลังจากที่ตั้งเป้าหมายกับตัวเองไว้ว่า จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้จ่ายเงินของตัวเอง ที่เป็นคนใช้จ่ายอย่างไม่วางแผน อยากได้อะไรก็ซื้อ โดยไม่ดูถึงความจำเป็น

สำหรับเป้าหมายในการจัดทำบันทึกรายรับ-รายจ่ายนั้น เป็นเพราะต้องการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินของตัวเอง เพื่อนำไปวางแผนการใช้จ่ายเงิน ไม่ให้ใช่จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย และเก็บออมเงินไว้สำหรับใช้ในอนาคต

โดยเริ่มต้นบันทึกรายรับ-รายจ่าย เป็นวันแรกของปี พ.ศ.2563 เพื่อเป็นการเริ่มต้นสิ่งดีๆ ของตัวเองไปพร้อมกับการเริ่มต้นศักราชใหม่ จึงได้ดาวน์โหลด และใช้งานแอปพลิเคชันสำหรับบันทึกรายรับ-รายจ่าย หลายตัวไปพร้อมๆ กัน เพื่อศึกษาแอปพลิเคชั่นบันทึกรายรับ-รายจ่าย ที่เหมาะกับการใช้งานส่วนตัวมากที่สุด

จนในที่สุดจึงได้แอปพลิเคชันบันทึกรายรับ-รายจ่าย ที่เหมาะกับการใช้งานส่วนตัวมากที่สุด นั่นคือ Spendee

Spendee เป็นแอปพลิเคชันบันทึกรายรับ-รายจ่าย ที่สามารถสร้างกระเป๋าเงินแยกได้ตามบัญชีธนาคารที่มี (ใช้แบบเวอร์ชันเสียเงิน) สามารถบันทึกรายรับ-รายจ่าย จำแนกตามกลุ่ม/ประเภทได้ รวมถึงโยกเงินข้ามกระเป๋าเงินเมื่อมีการฝาก-ถอนเงินระหว่างกระเป๋าเงินได้

รวมถึงสามารถเรียกดูรายงาน ทั้งในรูปแบบชองรายการย่อย หรือในรูปแบบของกราฟ เพื่อดูภาพรวมเฉพาะกลุ่ม/ประเภท หรือดูภาพรวมรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน รายปี หรือภายในช่วงเวลาที่กำหนด โดยสามารถใช้งานได้ทั้งบนสมาร์ทโฟนและเว็บไซต์

หลังจากทำบันทึกรายรับ-รายจ่าย จนครบ 1 ปี โดยบันทึกรายการหลังจากรับ-จ่ายเงินทุกครั้งทันที ผ่านแอปพลิเคชัน Spendee สรุปภาพรวมแยกตามกลุ่ม/ประเภท ได้ดังนี้

รายรับ 1 ปี
รายรับปี 2563 จำแนกตามกลุ่ม

รายรับปี พ.ศ.2563 ตามสัดส่วน (แบบไม่แสดงจำนวนเงิน) เป็นดังนี้

  • รายรับจากเงินเดือน คิดเป็น 63.6% ของรายรับทั้งปี
  • รายรับจากเงินที่ผู้อื่นมอบให้ คิดเป็น 20% ของรายรับทั้งปี
  • รายรับจากเงินพิเศษ คิดเป็น 16.4% ของรายรับทั้งปี
รายจ่าย 1 ปี
รายจ่ายปี 2563 จำแนกตามกลุ่ม

รายจ่ายปี พ.ศ.2563 ตามสัดส่วน (แบบไม่แสดงจำนวนเงิน) เป็นดังนี้

  • รายจ่ายจากค่าใช้จ่ายส่วนตัว (ค่าสาธารณูปโภคทั่วไป) คิดเป็น 50.3% ของรายจ่ายทั้งปี
  • รายจ่ายจากค่าอาหาร คิดเป็น 24.5% ของรายจ่ายทั้งปี
  • รายจ่ายจากของใช้ส่วนตัว คิดเป็น 14.0% ของรายจ่ายทั้งปี
  • รายจ่ายจากการทำงาน คิดเป็น 5.5% ของรายจ่ายทั้งปี
  • รายจ่ายจากค่ากาแฟ คิดเป็น 2.6% ของรายจ่ายทั้งปี
  • รายจ่ายจากค่าของขวัญ คิดเป็น 1.4% ของรายจ่ายทั้งปี
  • รวมรายจ่ายอื่นๆ คิดเป็น 1.7% ของรายจ่ายทั้งปี

ตลอดช่วงการบันทีกรายรับ-รายจ่ายของปี พ.ศ.2563 ที่ผ่านมา จะมีรายการบันทึกประจำวันเป็นรายจ่ายเป็นหลัก (เนื่องจากมีรายรับคงที่ทุกๆ เดือน) ทำให้สามารถติดตาม และสังเกตเห็นค่าใช้จ่ายบางอย่างที่ไม่จำเป็น ในจุดนี้ทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้จ่ายหลายอย่าง ยกตัวอย่างเช่น

  • พฤติกรรมในการซื้ออาหาร – จากเดิมที่อยากกินอะไรก็ซื้อ และกินอาหารมื้อพิเศษบ่อยๆ ทำให้เลือกซื้ออาหารโดยมองถึงความคุ้มค่า และนานๆ ครั้งจะกินอาหารมื้อพิเศษ
  • พฤติกรรมในการซื้อสินค้าออนไลน์ – จากเดิมที่ในทุกๆ ครั้ง จะต้องซื้อสินค้าออนไลน์ในทุกเดือนที่มีโปรโมชันลดราคา ทำให้เลือกซื้อเฉพาะสินค้าที่มีความจำเป็นจริงๆ
  • พฤติกรรมในการซื้อสินค้าส่วนตัว – จากเดินที่ซื้อสินค้าตามโฆษณา รีวิว หรือความต้องการส่วนตัว ทำให้พิจารณาซื้อสินค้าที่คุ้มราค หรือมีความจำเป็นจริงๆ เท่านั้น
  • พฤติกรรมในการพักผ่อน – จากเดิมที่ทุกๆ วันหยุด มักจะเดินทางไปพักผ่อนนอกสถานที่ ก็เลือกที่จะพักผ่อนอยู่บ้าน ไม่ออกไปไหน เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
  • พฤติกรรมในการดื่มกาแฟ – จากเดิมที่ดื่มกาแฟสดในทุกๆ วัน ปรับมาดื่มกาแฟสำเร็จรูปทุกวัน และนานๆ ครั้งถึงจะดื่มกาแฟสด

นอกจากผลลัพธ์ด้านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแล้ว ยังทำให้มีเงินคงเหลือหลังหักค่าใช้จ่ายในการจ่ายค่าประกันภัย กับซื้อโน้ตบุ๊กเครื่องใหม่ (MacBook Pro 13 M1) เท่ากับเงินคงเหลือที่สะสมไว้เมื่อปีก่อน โดยถ้าไม่หักค่าใช้จ่ายตรงส่วนนี้ นับว่ามีเงินคงเหลือเพิ่มขึ้นจากเงินคงเหลือสะสมปีก่อน ราวๆ 2 เท่าตัวเลยทีเดียว

รีวิวประสบการณ์ใช้งาน MacBook Pro 13 M1 แมคบุ๊คโปร ที่โปรสมชื่อ

“หลังจากตัดสินใจซื้อและใช้งาน MacBook Pro 13 M1 มาระยะหนึ่ง (ราว 1 เดือน) พบว่าประสิทธิภาพในการใช้งาน และการประหยัดพลังงานของ MacBook Pro 13 M1 ทำได้ดีสมกับที่สื่อหลายๆ แหล่งได้ทดสอบ…” (รีวิวนี้ไม่กล่าวถึงรายละเอียดเชิงเทคนิค เน้นที่ประสบการณ์ใช้งานจริง)

อย่างไรก็ดี ในระหว่างการทำบันทึกรายรับ-รายจ่ายผ่านแอปพลิเคชัน ตลอดปีที่ผ่านมา จะต้องเพิ่มรายการบันทึกแต่ละรายการเข้าไปเอง ในช่วงแรกของการทำ อาจรู้สึกว่าเป็นภาระเพิ่มเติมที่ต้องทำ แต่หลังจากทำไปสักระยะก็จะปรับตัวได้ และเกิดความคุ้นชินในการเพิ่มรายการไปเอง

นอกจากนี้ สิ่งที่อาจทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนในการติดตามการสรุปรายรับ-รายจ่าย เนื่องจากลืมเพิ่มรายการบันทึกรายรับ-รายจ่าย ทำให้เวลาตรวจนับยอดเงินคงเหลือของแต่ละบัญชีหรือในกระเป๋าเงิน แล้วยอดไม่ตรงกัน ต้องไล่ตรวจสอบว่าบันทึกรายการใดที่ตกหล่นไป ทำให้เสียเวลาพอสมควรหรือหากรายการใดที่ตรวจสอบไม่ได้ (อย่างเช่น ซื้อสินค้าที่ไม่มีใบเสร็จ แล้วลืมบันทึกรายการ) ก็จะต้องบันทึกรายการในกลุ่ม/หมวดหมู่ ที่อาจจะไม่ตรงกับรายการใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง

สรุปภาพรวมสั้นๆ จากการทำบันทึกรายรับ-รายจ่าย เป็นระยะเวลา 1 ปี

  • มีเหลือคงเหลือเพิ่มมากขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
  • เป็นคนที่วางแผนทางในการใช้จ่ายเงิน
  • ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดำเนินชีวิตหลายอย่างไปในทางที่ดีขึ้น

Leave a Reply

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s