อาชีพในยุคดิจิทัล (วิทยาการคำนวณ ม.6)

Advertisements

“อาชีพด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เป็นที่ต้องการของทั้งภาครัฐและเอกชน รวมทั้งภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจทุกแขนง และคาดว่าความต้องการนี้จะเติบโตขึ้นอีกมากในอนาคต แต่เนื่องจากการพัฒนาของเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา บางอาชีพอาจถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยี บางอาชีพควรถูกลดความสำคัญลง ดังนั้นทุกคนจึงต้องพัฒนาตนเองเพื่อให้สามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงได้”

หนังสือเรียนเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ม.6

อาชีพด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

อาชีพด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มีความแตกต่างตามความเชี่ยวชาญ บทบาทหน้าที่ และความรับผิดชอบ ตำแหน่งงานที่เกี่ยวข้อง อาจแบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

กลุ่มที่ 1 กลุ่มอาชีพที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการพัฒนาและสร้างชิ้นงานทางเทคโนโลยีสารสนเทศ

Photo by Christina Morillo on Pexels.com
Photo by Vlad Bagacian on Pexels.com
  • ผู้เชี่ยวชาญด้านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (Computer Network Professionals) – ทำหน้าที่วิเคราะห์ พัฒนา ปรับปรุง บำรุงรักษา แก้ไขปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับระบบเครือข่าย ตรวจสอบความมั่นคงปลอดภัย และประสิทธิภาพของระบบเครือข่าย
  • ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัย (ICT Security Specialists) – ทำหน้าที่ในการวิจัย วิเคราะห์ ตรวจสอบ ประเมินความมั่นคงปลอดภัย และบำรุงรักษาระบบสารสนเทศให้มีเสถียรภาพและประสิทธิภาพ แก้ไขปัญหาที่เกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
  • นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Scientists) – ทำหน้าที่วิเคราะห์และจัดการกับข้อมูลที่มีปริมาณมาก โดยใช้เครื่องมือด้านคณิตศาสตร์ สถิติ และการเขียนโปรแกรม
  • โปรแกรมเมอร์ (Programmers) – ทำหน้าที่ออกแบบและพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้มีคุณสมบัติตามที่กำหนดและตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้งาน อาจมีชื่อเรียกตามงานที่ทำ เช่น Mobile Developers, Pro-Gamers และ Web Developers เป็นต้น
  • นักทดสอบ (Test Programmers หรือ Testers) – ทำหน้าที่ตรวจสอบและค้นหาข้อผิดพลาดของโปรแกรม
  • นักวิเคราะห์ทดสอบระบบ (Test Analysis) – ทำหน้าที่สนับสนุนและทดสอบระบบสารสนเทศ เพื่อค้นหาจุดอ่อนและข้อบกพร่องต่างๆ
  • นักวิเคราะห์ระบบ (System Analysis) – ทำหน้าที่ศึกษา วิเคราะห์ ออกแบบและพัฒนาระบบสารสนเทศ ให้มีคุณสมบัติที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้งาน

กลุ่มที่ 2 กลุ่มอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการดูแลรักษาระบบสารสนเทศ และประสานงานกับผู้ใช้

Photo by Field Engineer on Pexels.com
Photo by fauxels on Pexels.com
  • ผู้ดูแลระบบ (System Administrators) – ทำหน้าที่ในการบริหารจัดการระบบคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ติดตั้ง กำหนดค่า บำรุงรักษา ทั้งในส่วนของฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และระบบเครือข่าย
  • ผู้ดูแลระบบฐานข้อมูล (Database Administrators: DBA) – ทำหน้าที่พัฒนาและดูแลระบบฐานข้อมูลและซอฟต์แวร์ ปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของฐานข้อมูล สำรองข้อมูลและการกู้คืน ตรวจสอบและแก้ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับระบบฐานข้อมูล
  • เจ้าหน้าที่ฝึกอบรมด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Trainers) – ทำหน้าที่ออกแบบแผนการฝึกอบรม และประเมินประสิทธิผลของการฝึกอบรมตามวัตถุประสงค์
  • เจ้าหน้าที่สนับสนุนงานเชิงเทคนิค (IT Support Technicians) – ทำหน้าที่ให้คำแนะนำ วิเคราะห์และแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ ทั้งในส่วนของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ เครือข่ายและอุปกรณ์ต่างๆ

กลุ่มที่ 3 กลุ่มบริหารด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ

Photo by Pixabay on Pexels.com
Photo by Anthony Shkraba on Pexels.com
  • ผู้จัดการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT Manager) – ทำหน้าที่สนับสนุนนโยบายและแผนงานบริหารจัดการ ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ในการพัฒนาองค์กร
  • ผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูง หรือซีไอโอ (Chief Information Officer: CIO) – ทำหน้าที่กำหนดมาตรฐาน กฎเกณฑ์ โครงสร้าง งบประมาณ การพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และให้คำแนะนำแก่ผู้บริหารสูงสุดขององค์กร หรือซีอีโอ (Chief Executive Officer: CEO) เพื่อกำหนดนโยบายและเป้าหมายของการนำเทคโนโลยีสารสนเทศ มาใช้ในการบริหารองค์กร ให้ประสบความสำเร็จตามวิสัยทัศน์

การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีกับสังคมและอาชีพ

เทคโนโลยีถูกพัฒนาขึ้นตลอดเวลาอย่างรวดเร็ว หากจินตนาการว่านอนหลับไปในตอนนี้แล้วตื่นขึ้นมาอีกครั้งใน 10 ปีข้างหน้า จะพบว่าทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงจนไม่อาจเข้าใจสภาพในขณะนั้น ลองพิจารณาตัวอย่างอุปกรณ์หรือสิ่งของต่างๆ เช่น แผ่นซีดี แผนบันทึก เครื่องพิมพ์ดีด ตลับเทปเสียง ตลับเทปวิดีโอ และฟิล์มถ่ายรูป

การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีด้านต่างๆ ส่งผลกระทบต่อชีวิตมนุษย์และการดำเนินไปของสังคม หลายครั้งพัฒนาการของเทคโนโลยีบางอย่าง ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านการผลิต อุตสาหกรรม และเศรษฐกิจโลก การเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่แบบนี้ เรียกว่า การปฏิวัติอุตสาหกรรม โดยการปฏิวัติอุตสาหกรรมแต่ละครั้งส่งผลกระทบต่อรูปแบบการดำรงชีวิตและการทำงานเป็นอย่างมาก

การปฏิวัติอุตสาหกรรม ครั้งที่ 4: เทคโนโลยีพลิกโลก
การปฏิวัติอุตสาหกรรม ครั้งที่ 4: เทคโนโลยีพลิกโลก
(https://www.finnomena.com/nuthjira/the-fourth-industrial-revolution/)

ในอดีตนั้น มีความเชื่อว่าความสามารถของคอมพิวเตอร์มีจำกัด อย่างไรก็ดีหลังจากที่ความสามารถของคอมพิวเตอร์เพิ่มขึ้นอย่างมากมาย ได้ทำลายความเชื่อดังกล่าว โดยเมื่อไม่นานมานี้ หนังสือหลายเล่มสรุปว่าคอมพิวเตรอ์ไม่เหมาะกับงานที่ต้องจดจำรูปแบบที่ซับซ้อน แต่ในปัจจุบันคอมพิวเตอร์สามารถเรียนรู้และจดจำรูปแบบต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สาเหตุที่เทคโนโลยีพัฒนาอย่างรวดเร็วจนคาดไม่ถึง เนื่องมาจากการพัฒนาประสิทธิภาพในการคำนวณด้วยคอมพิวเตอร์แบบทวีคูณ โดยกอร์ดอน มัวร์ (Gordon Moore) ได้สังเกตการเพิ่มขึ้นของประสิทธิภาพนี้ตั้งแต่ปี พ.ศ.2508 พบว่าจำนวนทรานซิสเตอร์ต่อพื้นที่ในหน่วยประมวลผล จะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในทุกๆ 2 ปี หากมองในระยะสั้นอาจไม่เห็นผลกระทบมากนัก แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผลที่เกิดขึ้นจะมากขึ้นอย่างมหาศาล

บทความอ่านเพิ่มเติม: 50 ปีแห่ง “กฎของมัวร์” หลักการเบื้องหลังการพัฒนาทางเทคโนโลยีอย่างไม่หยุดยั้ง

นอกจากประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นของหน่วยประมวลผลแล้ว การพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ก็ส่งผลต่อเนื่องถึงประสิทธิภาพในการสร้างนวัตกรรมในด้านอื่นด้วยเช่นกัน ตัวอย่างเช่น เทคโนโลยีการพิมพ์แบบ 3 มิติ ที่ทำให้การสร้างต้นแบบชิ้นงานทำได้รวดเร็วและสะดวดขึ้น อีกทั้งประหยัดต้นทุน ทำให้นักประดิษฐ์สามารถทดลองแนวคิดใหม่ๆ ได้มากขึ้น ส่งผลให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีเป็นไปอย่างรวดเร็ว

การพิมพ์ 3 มิติคืออะไร? What is 3D Printing?
การพิมพ์ 3 มิติคืออะไร? What is 3D Printing?
(https://x3dtechnology.com/blogs/knowledge/what-is-3d-printing)

การเกิดขึ้นของนวัตกรรมหลายอย่าง ส่งผลกระทบแบบต่อเนื่องไปในวงกว้าง ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงสังคมในหลายแง่มุม เช่น เทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับ แม้จะส่งผลกระทบโดยตรงกับอาชีพพนักงานขับรถที่มีความเสี่ยงในการตกงาน แต่เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้สูงวัยและผู้พิการสามารถเดินทางด้วยตนเองได้สะดวกมากขึ้น และอาจช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนนซึ่งส่งผลทางอ้อมในการลดภาระงานของแพทย์ประจำห้องฉุกเฉิน

ในขณะที่เทคโนโลยีสร้างความได้เปรียบและเพิ่มศักยภาพในหลายๆ ด้าน แต่ในทางกลับกัน ผู้ที่เข้าไม่ถึงหรือขาดความเข้าใจในศักยภาพของเทคโนโลยีกลับจะยิ่งเสียเปรียบมากขึ้น อาจทำให้เกิดปัญหาความเหลื่อมล้ำทวีความรุนแรงมากขึ้น และส่งผลต่อการดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพในอนาคต


ผลกระทบของเทคโนโลยีกับอาชีพ

เทคโนโลยีส่งผลกระทบต่อสังคม รวมถึงพฤติกรรมในการประกอบอาชีพต่างๆ เนื่องจากเทคโนโลยีหุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติ ปัญญาประดิษฐ์ สามารถทดแทนการทำงานของมนุษย์ งานที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่เทคโนโลยีเหล่านี้จะเข้ามาทดแทน จะเป็นงานประจำที่มีลักษณะการทำงานซ้ำๆ หรืองานที่ไม่ต้องใช้การตัดสินใจที่ซับซ้อน เช่น งานเอกสาร งานขับรถ

เนื่องด้วยความสามารถที่เพิ่มขึ้นของปัญญาประดิษฐ์ งานที่ใช้ทักษะและความรู้เฉพาะทางขั้นสูง ก็มีความเสี่ยงที่จะถูกปัญญาประดิษฐ์ทดแทนได้เช่นเดียวกัน โดยปัจจัยที่ใช้พิจารณาลักษณะงานที่มีความเสี่ยงที่จะถูกปัญญาประดิษฐ์ มีลักษณะดังนี้

  • น่าเบื่อ ซ้ำซาก (Dull) – ระบบอัตโนมัติสามารถทดแทนได้ง่าย
  • สกปรก ยากลำบาก (Dirty) – มนุษย์ไม่ชอบและพยายามหลีกเลี่ยง
  • ทำเงินได้ดี (Dear) – การพัฒนาระบบอัตโนมัติมาทดแทนต้องใช้เงินทุนสูง งานที่สร้างรายได้ไม่มากจึงไม่เป็นเป้าหมาย
  • อันตราย (Dangerous) – เพื่อลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นกับมนุษย์
เตรียมรับมือ!! 10 อาชีพที่อาจจะถูก “AI” แทนที่ ในอนาคตอันใกล้
เตรียมรับมือ!! 10 อาชีพที่อาจจะถูก “AI” แทนที่ ในอนาคตอันใกล้
(https://stepstraining.co/trendy/10-ai-instead-human-job)
ไม่ใช่คนทำแทนไม่ได้! สรุปอาชีพที่ ‘หุ่นยนต์ AI’ ไม่สามารถแทนที่คนได้ ต่อให้โลกวิวัฒนาการไปไกล
ไม่ใช่คนทำแทนไม่ได้! สรุปอาชีพที่ ‘หุ่นยนต์ AI’ ไม่สามารถแทนที่คนได้ ต่อให้โลกวิวัฒนาการไปไกล
(https://www.marketingoops.com/data/jobs-that-will-never-be-replaced-by-ai/)

การทำงานร่วมกับเครื่องจักรและระบบอัตโนมัติ

เมื่อพูดถึงการที่หุ่นยนต์ เครื่องจักรอัตโนมัติ และระบบปัญญาประดิษฐ์ เข้ามาทดแทนการทำงานของมนุษย์ในบางอาชีพ สถานการณ์ที่คนจำนวนมากจินตนาการไว้ คือ มนุษย์จะต้องตกงานและไม่มีอาชีพ แต่ในความเป็นจริงแล้ว สิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น คือ รูปแบบการทำงานจะเป็นในลักษณะของการทำงานร่วมกันของมนุษย์และเครื่องจักร เครื่องจักรที่มีความสามารถด้านปัญญาประดิษฐ์จะเปลี่ยนบทบาทจากผู้รับคำสั่งเป็นผู้ร่วมงาน ร่วมออกความเห็น มนุษย์จะเปลี่ยนบทบาทจากผู้สั่งงานและตัดสินใจทั้งหมด มาเป็นผู้ร่วมคิด ใช้วิจารณญาณ และตรวจสอบการทำงาน

เมื่อพิจารณาอาชีพในอนาคต มนุษย์จะทำงานร่วมกับหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์มากขึ้น และมนุษย์ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ตัดสินใจหลักอีกต่อไป จึงได้มีการเสนอแนะอาชีพที่น่าจะเกิดขึ้นจากการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และเครื่องจักร ดังนี้

  • ผู้ฝึกสอน (Trainers) – ฝึกสอนหุ่นยนต์ทำงานได้ตามความต้องการ ให้คำแนะนำหรือให้คะแนนผลลัพธ์จากระบบปัญญาประดิษฐ์ สำหรับระบบที่ใช้การเรียนรู้ของเครื่องจักร อาจมีการสร้างตัวอย่างสำหรับการฝึกสอน
  • ผู้อธิบาย (Explainers) – เป็นตัวกลางระหว่างผู้ใช้กับระบบคอมพิวเตอร์ เช่น ในระบบวินิจฉัยโรคที่มีการแสดงผลอย่างซับซ้อน ต้องมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำอธิบายและคำปรึกษาโดยตรงกับผู้ใช้ รวมไปจนถึงระบบอื่นๆ อีก เช่น ระบบวิเคราะห์ทางการเงิน ระบบวิเคราะห์ความเสี่ยง หรือระบบการจัดอัดดับต่างๆ
  • ผู้ดูแลรักษา (Sustainers) – ตรวจสอบ ดูแลรักษา ซ่อมบำรุง ให้ระบบปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตามมาตรฐาน

บทความอ่านเพิ่มเติม: ตีแผ่ชีวิตคนคัดกรองเนื้อหา Facebook : รายได้น้อย, ระบายกับใครไม่ได้, ใช้กัญชา และเซ็กส์แก้เครียด


อ้างอิง

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงศึกษาธิการ, หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
https://www.insurancechat.co.za/2020-04/is-your-business-ready-for-the-fourth-industrial-revolution/
https://www.finnomena.com/nuthjira/the-fourth-industrial-revolution/
https://www.marketingoops.com/reports/moores-law/
https://x3dtechnology.com/blogs/knowledge/what-is-3d-printing
https://stepstraining.co/trendy/10-ai-instead-human-job
https://www.marketingoops.com/data/jobs-that-will-never-be-replaced-by-ai/
Advertisements

Leave a Reply

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s