รีวิวประสบการณ์ใช้งาน Soundcore Liberty 2 Pro หูฟังไร้สาย เสียงสุดยอด ราคาสุดเยี่ยม

“หลังจากมีโอกาสได้ใช้งานหูฟัง Soundcore Liberty 2 Pro มาสักระยะหนึ่ง (ราว 8 เดือน) พบว่าเป็นหูฟังไร้สายที่มีความครบเครื่องทั้งรูปลักษณ์ วัสดุ คุณภาพเสียงและฟังก์ชันการใช้งาน ในราคาที่จับต้องได้ โดยรีวิวนี้ขอไม่กล่าวถึงรายละเอียดของข้อมูลจำเพาะต่างๆ ของหูฟัง หากสนใจรายละเอียดของหูฟัง สามารถเข้าได้ชมที่จากที่นี่…

ทำไมถึงซื้อ…

โดยส่วนตัวแล้ว เป็นคนชอบฟังเพลงและติดตามข่าวคราวเกี่ยวกับแกดเจ็ต และหูฟังอยู่ตลอด จนมาวันนึงไปสะดุดตากับหูฟังตัวนี้ จากคำโฆษณาที่บอกว่า “The world’s first earphones to utilize the Astria Coaxial Acoustic Architecture. Endorsed by 10 Grammy-Award winning audio producers.” จึงได้ศึกษาข้อมูลจำเพาะและพยายามหารีวิวจากแหล่งต่างๆ (เป็นเว็บไซต์ต่างประเทศทั้งสิ้น) โดยเสียงตอบรับเป็นไปในทางที่ดีค่อนข้างมาก และถูกจัดอันดับให้อยู่ในประเภท หูฟังเสียงพรีเมียมในราคาสุดคุ้ม จึงทำการสั่งหูฟังตัวนี้ผ่านทาง AliExpress.com (เนื่องจาก Soundcore.com เองยังไม่รองรับการส่งสินค้ามาที่ประเทศไทย) ราคาประมาณ 4000 บาท (ราคาเมื่อ 8 เดือนก่อน) โดยใช้เวลาส่งสินค้าราวๆ 2 สัปดาห์

Soundcore Liberty 2 Pro

ใช้ดีมั้ย…

หลังจากผ่านการใช้งานมาราว 8 เดือน ขอพิจารณาความคุณสมบัติของ Soundcore Liberty 2 Pro ในแต่ละเรื่องดังนี้

รูปลักษณ์และวัสดุ

ตัวหูฟังมีโครงสร้างที่ค่อนข้างใหญ่ เนื่องมาจากไดรเวอร์ที่บรรจุอยู่ภายใน เป็นไดรเวอร์แบบ Astria Coaxial Acoustic Architecture (ACAA) ที่ทาง Soundcore ได้สร้างขึ้น โดยมีลักษณะเป็นแบบ Hybrid ผสมผสานกันระหว่างไดรเวอร์แบบ Balanced Amature (BA) ของ Knowles กับ ไดรเวอร์แบบ Dynamic ขนาด 11 มิลลิเมตร (โดยส่วนตัวคิดว่ายิ่งไดรเวอร์ Dynamic มีขนาดใหญ่ น่าจะขับเสียงออกมาได้ดี มีพลัง)

Astria Coaxial Acoustic Architecture (ACAA)

การจัดวางตำแหน่งของท่อนำเสียงในหูฟัง มีลักษณะเอียงเพื่อให้เข้ากับสรีระของรูหู ซึ่งทำให้เวลาใส่หูฟัง สามารถใส่ได้โดยง่าย ไม่ต้องจัดหาตำแหน่งอย่างยากเย็น รวมถึงตำแหน่งของรูไมโครโฟนจะเอียงไปยังบริเวณปาก ทำให้ไมโครโฟนสามารถรับเสียงได้ดีขึ้น

จุกที่แถมมาให้ มีวัสดุ 2 แบบ คือแบบซิลิโคนเนื้อนิ่มกับยางเนื้อแข็ง ซึ่งแต่ละแบบมี 4 ขนาดให้เลือกใช้ (เคยทดลองนำจุก Spinfit, Spiral Dot มาใช้ กลับพบว่าใช้จุกแถมให้เสียงที่ดี และเข้ากับโครงสร้างหูฟังกว่า) อีกทั้งบริเวณท่อนำเสียงด้านนอก จะมีซิลิโคนยื่นออกมา ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนได้ 3 ขนาด เพื่อช่วยในการยึดเข้ากับใบหู ทำให้การสวมใส่หูฟังนั้นมีความแน่นหนา ไม่หลุดออกจากหูง่ายๆ โดยทดลองใส่หูฟังแล้วสะบัดหู ก็ไม่พบว่ามีอาการเคลื่อนหรือหลุดออกจากหูแต่อย่างใด

นอกจากนี้ ที่ตัวหูฟังยังมีปุ่มสำหรับควบคุมการใช้งาน (ส่วนตัวรู้สึกชอบมากกว่าการควบคุมแบบสัมผัส) ทั้งการเปิด-ปิดหูฟัง การควบคุมการเล่น การปรับเพิ่ม-ลดเสียง

วัสดุของตัวหูฟังเป็นพลาสติกด้าน ทำให้เป็นคราบรอยนิ้วมือได้ยาก รวมถึงตลับชาร์จหูฟังด้านนอกเคลือบด้วยวัสดุคล้ายยาง ทำให้ไม่ลื่นมือและเกิดคราบรอยนิ้วมือได้ยาก หรือหากมีคราบมัน ก็สามารถใช้ผ้าแห้งเช็ดออกได้โดยง่าย โดยตัวหูฟังจะบรรจุอยู่ในตลับชาร์จรูปทรงรี มีฝาเลื่อนสไลด์ที่มีความหนาแน่น ไม่โคลงเคลง

การเชื่อมต่อ

หลังจากเชื่อมต่อใช้งานผ่านบลูทูธในครั้งแรกแล้ว (อุปกรณ์จะมองเห็นหูฟังแยกเป็น 2 ชื่อ ด้านขวาจะเป็นตัวหลักในการเชื่อมต่อใช้งาน 2 ข้าง) หากหูฟังอยู่ในตลับชาร์จ สามารถเลื่อนฝาตลับชาร์จเพื่อใช้งานได้เลยในทันที หรือหากต้องการเลือกเชื่อมต่อเพียงข้างเดียวก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน (โดยส่วนตัวใช้งานพร้อมกัน 2 ข้างเนื่องจากเน้นฟังเพลงเป็นหลัก)

ความเสถียรของการเชื่อมต่อถือว่าทำได้ดีค่อนข้างมาก ไม่มีปัญหาเสียงสะดุดหรือหลุด ถึงจะใช้งานนอกสถานที่หรือบริเวณที่มีสัญญาณวิทยุหนาแน่น อาการสะดุดบ้างในบางครั้งที่ตัวหูฟังอยู่ห่างจากอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ (เคยทดลองในระยะประมาณ 10 เมตรถึงจะเริ่มมีอาการสะดุด แต่โดยส่วนตัว ใช้งานในระยะห่างไม่เกิน 2-3 เมตร จึงไม่พบปัญหาดังกล่าว)

เสียง

จุดเด่นของ Soundcore Liberty 2 Pro คือ สามารถปรับแต่งเสียงได้หลากหลายแบบ ผ่านแอปพลิเคชัน Soundcore (สามารถติดตั้งได้ผ่าน App Store และ Play Store) ซึ่งในแอปพลิเคชันนั้น นอกจากจะปรับ EQ ได้หลากหลายแล้ว (รองรับ Custom EQ ในการปรับแต่งแต่ละย่านเสียงได้) ยังมี Preset ของเหล่าโปรดิวเซอร์ที่ได้รับรางวัลแกรมมี่อวอร์ดทั้ง 10 คน (ในช่วงแรกที่ซื้อมายังไม่เปิดให้ใช้งาน แต่มีการทยอยอัพเดตให้ใช้งานได้จนครบ 10 Preset) อีกทั้งยังมี HearID ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์วิเคราะห์ความสามารถในการฟังเสียง เพื่อปรับแต่งเสียงให้กับบุคลิกการฟังของแต่ละคน (ส่วนตัวทดลองวิเคราะห์แล้ว พบว่าบุคลิกการฟังตรงกับ EQ แบบ Flat) และสามารถอัพเดทเฟิร์มแวร์ของหูฟังผ่านแอปพลิเคชันนี้ได้อีกด้วย

หากฟังเสียงของหูฟังตัวนี้ เมื่อใช้ EQ เริ่มต้นของ Soundcore Signature คงด่วนสรุปว่าหูฟังตัวนี้เสียงไม่ดีสมกับคำโฆษณาที่ได้รับการรับรองจากโปรดิวเซอร์ที่ได้รับรางวัลแกรมมี่อวอร์ด 10 คนแน่ๆ เพราะเสียงแหลมขาดประกาย เสียงร้องถอย แบนไม่มีมิติ เสียงต่ำฟังแข็งๆ ขาดมวลของเบสและแรงปะทะ มิติด้านกว้างพอประมาณ แต่ขาดมิติด้านลึก อับ ฟังแล้วรู้สึกอุดอู้

แต่พอเปลี่ยนไปใช้ EQ แบบ Flat กลับพบว่า เสียงของหูฟัง ฟังดูดีขึ้นราวกับเป็นคนละตัวกัน (ยังสงสัยว่าไม่ปรับแบบ Flat มาให้ตั้งแต่ทีแรก) เสียงแหลมมีประกาย รายละเอียดชัดเจน เสียงกลางโดดเด่น คมชัด เสียงร้องมีความพุ่งออกมาด้านหน้าเล็กน้อย เสียงต่ำมาแบบกำลังดี เก็บตัวค่อนข้างเร็ว ไม่เบลอ มีมวลของเบสอย่างชัดเจน รับรู้ได้ถึงแรงปะทะของเสียงต่ำลึก มิติด้านกว้างเพิ่มขึ้นอย่างมาก รับรู้ได้ถึงมิติด้านลึกพอประมาณ เสียงมีความโปร่งเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน

หากลองปรับไปใช้ Preset ของเหล่าบรรดาโปรดิวเซอร์ที่ได้รับรางวัลแกรมมี่อวอร์ด มีให้เลือกใช้งาน 10 Preset ก็จะได้ลักษณะเสียงเฉพาะตัวของโปรดิวเซอร์แต่ละคน (เท่าที่ทดสอบ รู้สึกปรับไปใช้แล้วรู้สึกไม่ชื่นชอบสักเท่าไร)

อย่างไรก็ดี ยังมีจุดที่ยังกวนใจอยู่บ้าง คือ เสียง white noise เบาๆ รบกวนตอนกดเริ่มเล่นเพลง กับตอนกดหยุดเล่นเพลง (เป็นช่วงเวลาสั้นๆ คาดว่าเป็นเพราะการเชื่อมต่อสัญญาณระหว่างหูฟังด้านซ้ายกับด้านขวา สอบถามไปทาง Soundcore แจ้งมาว่าเป็นขีดจำกัดของชิปเซตของ Qualcomm รุ่นที่ใช้งาน) ซึ่งทำให้เสียอรรถรสในการใช้งานไปบ้าง แต่หากไม่ได้ตั้งใจฟังแบบตั้งใจจริงๆ หรือกดหยุด-เล่นเพลงบ่อยๆ ก็จะไม่พบปัญหานี้กวนใจ

ไมโครโฟน

จากที่ได้ใช้งานในการคุยโทรศัพท์ (ส่วนตัวไม่ได้เน้นใช้งานสำหรับการคุยโทรศัพท์) ปลายสายสามารถได้ยินเสียงและพูดคุยได้เป็นปกติ แต่หากอยู่ในสภาวะที่เสียงรบกวนค่อนข้างดัง อาจทำให้ปลายสายได้ยินไม่ชัดเจน แต่หากพูดให้ดังขึ้นก็พอที่จะช่วยให้สื่อสารได้รู้เรื่อง

การชาร์จไฟและแบตเตอร์รี่

จากการใช้งาน Soundcore Liberty 2 Pro สามารถใช้ฟังเพลงต่อเนื่องประมาณ 6-7 ชั่วโมง (ตามสเปคระบุไว้ 8 ชั่วโมง แต่เพราะหูฟังด้านขวาเป็นตัวหลักในการเชื่อมต่อ ทำให้แบตเตอร์รี่หมดเร็วกว่าด้านซ้าย) และสามารถชาร์จซ้ำในตลับชาร์จอีกราวๆ 4-5 ครั้ง โดยตลับชาร์จรองรับการชาร์จเร็ว ทั้งแบบปกติ (ใช้ช่อง USB-C) และการชาร์จแบบไร้สาย


สิ่งที่ประทับใจ…

นอกเหนือจากความประทับใจในรูปลักษณ์ วัสดุ เสียง และฟังก์ชันการใช้งานแล้ว ความประทับใจอีกหนึ่งอย่าง ต่อ Soundcore Liberty 2 Pro ก็คือ การรับประกันสินค้า โดยหลังจากสั่งซื้อมาในครั้งแรก พบว่าหูฟังมีปัญหาด้านการเชื่อมต่อ (มีเสียง white noise ดังแบบชัดเจนมาก) จึงทำการส่งอีเมล์ติดต่อไปยัง Soundcore.com เพื่อขอคำแนะนำและการช่วยเหลือ แม้จะสั่งซื้อสินค้าจากทาง AliExpress.com ก็ตามที แต่ทาง Soundcore.com ก็ไม่ปฏิเสธที่จะให้ความช่วยเหลือ โดยคืนเงินเต็มจำนวนกลับมาทาง PayPal

หลังจากนั้นได้ทำการสั่งซื้อ Soundcore Liberty 2 Pro จากทาง AliExpress.com อีกครั้ง โดยตัวใหม่ที่ได้รับนั้น มีเสียง white noise ที่เบาลงกว่าตัวแรกอย่างชัดเจน จนแทบไม่ได้ยินหากฟังแบบจับผิด (ในภายหลังติดต่อไปยัง Soundcore.com อีกครั้ง ได้ข้อมูลว่าเป็นข้อจำกัดของชิป Qualcomm ที่ใช้งาน)

รีวิวนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวจากการใช้งานจริงตลอด 8 เดือน หากเกิดข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ โอกาสนี้

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s